TH EN  
 


  • Picture 1
  • Picture 2
  • Picture 3
  • Picture 4
  • Picture 5
  • Picture 6
       
       
ความเป็นมาของสถาบันการอาชีวศึกษา

ความเป็นมาของสถาบันการอาชีวศึกษาภาคกลาง ๕ คณะกรรมการการอาชีวศึกษาอันประกอบด้วยองค์คณะบุคคลที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติและกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกระทรวง ศึกษาธิการในส่วนเกี่ยวข้องกับการตั้งสถาบันอาชีวศึกษา คือมีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดหลักเกณฑ์การจัดตั้ง การรวม และการแยกสถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบัน ที่กำหนดไว้ตามมาตรา ๑๓ และ มาตรา ๑๔ กล่าวคือ การรวมสถานศึกษาอาชีวศึกษาเพื่อจัดตั้งเป็นสถาบันให้กระทำได้โดยคำแนะนำของ คณะกรรมการการอาชีวศึกษา และคำนึงถึงการประสานความร่วมมือให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการใช้ทรัพยากรร่วม กันทั้งนี้ให้เป็นไปตามทีกำหนดในกฎกระทรวง ในการดำเนินการตามวรรค ๒ ถ้ามีความเหมาะสมหรือมีความจำเป็นจะแยกสถานศึกษาอาชีวศึกษา ส่วนหนึ่งส่วนใดมารวมกับสถานศึกษาอาชีวศึกษาอีกแห่งหนึ่ง เพื่อจัดตั้งเป็นสถาบันก็ได้โดยให้ออกเป็นกฎกระทรวงซึ่งคณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้กำหนดหลักการและเกณฑ์ การประเมินการรวมสถานศึกษาอาชีวศึกษาเพื่อจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษาให้ เป็นแนวทางการประเมินกลุ่มสถานศึกษาที่มีความประสงค์จะรวมตัวกัน เพื่อจัดตั้งเป็นสถาบันการอาชีวศึกษาต่อไป ตามพระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๑๑ (๒) กำหนดหลักเกณฑ์การรวมสถานศึกษาอาชีวศึกษา เพื่อจัดตั้งเป็นสถาบันการอาชีวศึกษา ให้คำนึงถึงการประสานความร่วมมือให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการใช้ทรัพยากรร่วม กัน และเพื่อจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษาให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนากำลังคน เพื่อสนับสนุนแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติตามภาคการผลิต การพาณิชย์และบริการ โดยมีหลักการสำคัญ ๕ ประการดังนี้

๑. ความเป็นเลิศในการจัดการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพ
๒. การตอบสนองความต้องการกำลังคนในการพัฒนาประเทศ
๓. ประสิทธิภาพและเอกภาพการบริหารจัดการ
๔. การระดมทรัพยากรและความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชน ซึ่งนำไปสู่ความสามารถในการพึ่งพาตนเอง
๕. การประกันคุณภาพและการกำกับมาตรฐาน

มาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๑ กำหนดให้ “สถานศึกษาอาชีวศึกษาสามารถรวมกันเป็นสถาบันได้ การรวมสถานศึกษาอาชีวศึกษาเพื่อจัดตั้งเป็นสถาบันการอาชีวศึกษา ให้กระทำได้โดยคำแนะนำของคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และคำนึงถึงการประสานความร่วมมือให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในการใช้ทรัพยากรร่วมกัน ทั้งนี้ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง...” ต่อมาคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) (ศ.ดร.ธีรวุฒิ บุณยโสภณ ประธานคณะกรรมการ) ได้ประกาศคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์การรวมและการแยกสถานศึกษาเพื่อจัดตั้งเป็นสถาบันการอาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๔ ลงวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๕๔ ตามมาตรา ๑๓ โดยมีหลักการสำคัญ ๕ ประการ ดังนี้

๑. ความเป็นเลิศในการจัดการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพ โดยมีกระบวนการผลิตและพัฒนากำลังคน เพื่อเพิ่มผลผลิตและส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของประเทศ ให้ได้ระดับมาตรฐานสากล

๒. การกระจายอำนาจไปสู่ระดับปฏิบัติเพื่อให้การจัดการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพในทุกระดับมีคุณภาพและประสิทธิภาพ

เกิดผลสำเร็จแก่ประชาชน โดยเฉพาะนักเรียนและนักศึกษา

๓. ตอบสนองความต้องการการผลิตและการพัฒนากำลังคนด้านวิชาชีพ ระดับฝีมือระดับเทคนิค ระดับเทคโนโลยีและภูมิปัญญาท้องถิ่นรวมทั้งเป็นการยกระดับการศึกษาวิชาชีพให้สูงขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน

๔. การประสานความร่วมมือให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการใช้ทรัพยากรและเทคโนโลยีชั้นสูงจากภาคส่วนต่างๆทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน

และชุมชน ในการพัฒนาศักยภาพของการจัดการอาชีวศึกษา

๕. การประกันคุณภาพและการกำกับมาตรฐาน ตามมาตรฐานวิชาชีพในระดับสากลจากประกาศคณะกรรมการการอาชีวศึกษาดังกล่าวสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาจึงได้ทำการประเมินสถานศึกษาอาชีวศึกษา เพื่อเข้าร่วมจัดตั้งเป็นสถาบันการอาชีวศึกษา มาตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๔ จนสามารถเสนอร่างกฎกระทรวงการร่วมสถานศึกษาอาชีวศึกษาเพื่อจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษา พ.ศ...ผ่านคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๕๕ (สมัยนายวรวัจจน์ เอื้อภิญญกุล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ) และประกาศกฎกระทรวงฯ ในราชกิจจานุเบกษา ได้ในวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๕ (ศ.ดร.สุชาติ ธาราดำรงเวช เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ) สถานะและวัตถุประสงค์ของสถาบันการอาชีวศึกษา สถาบันการอาชีวศึกษา ๑๙ สถาบัน เกิดจากการรวมสถานศึกษาอาชีวศึกษา ๑๖๑ แห่ง ตามกฎกระทรวงการรวมสถานศึกษาอาชีวศึกษาเพื่อจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๕ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๙ ตอนที่ ๕๖ ก หน้า ๑๘ ลงวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๕ เป็นไปตามมาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๑

สถาบันการอาชีวศึกษามีสถานะตามมาตรา ๑๕ และ ๑๖ ดังนี้

มาตรา ๑๕ ให้สถาบันการอาชีวศึกษาตามาตรา ๑๓ และมาตรา ๑๔ เป็นนิติบุคคลและเป็นส่วนราชการในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา... มาตรา ๑๖ ให้สถาบันตามาตรา ๑๕ เป็นสถาบันอุดมศึกษาด้านวิชาชีพและเทคโนโลยี มีวัตถุประสงค์ให้การศึกษา ส่งเสริมวิชาการและวิชาชีพชั้นสูงที่ชำนาญการปฏิบัติ การสอน การวิจัย การถ่ายทอดวิทยาการและเทคโนโลยี ทำนุบำรุงศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รวมทั้งให้บริการวิชาการและวิชาชีพแก่สังคม “เมื่อจัดตั้งเป็นสถาบันการอาชีวศึกษาแล้ว จะสามารถจัดการอาชีวศึกษาได้จนถึงระดับปริญญาตรี ที่เรียกว่าระบบ ๓-๒-๒ คือ ปวช.- ปวส. –ปริญญาตรี (ต่อเนื่อง)”

การบริหารจัดการสถาบันการอาชีวศึกษา

มาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๑ บัญญัติว่า สถาบันอาจแบ่งส่วนราชการ ดังต่อไปนี้

(๑) สำนักงานผู้อำนวยการสถาบัน

(๒) วิทยาลัย

(๓) สำนัก

(๔) ศูนย์ สถาบันอาจให้มีส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าวิทยาลัย เพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ในมาตรา ๑๖ เป็นส่วนราชการของสถาบันอีกก็ได้..

 
 
 


รศ. ดร. วิโรจ อิ่มพิทักษ์
นายกสภาสถาบัน



นายสมศักดิ์ บุญโพธิ์
ผู้อำนวยการ สถาบัน
















:: วิทยาลัยในสังกัดสถาบันฯ
:: รวมภาพกิจกรรม Facebook
 
สงวนลิขสิทธิ์ © 2013 สถาบันการอาชีวศึกษา ภาคกลาง 5
เลขที่ 89 ม. 12 ต.ลาดใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม 75000 โทร. 034-711811 แฟกซ์ 034-711811 samutsougkhram04@vec.mail.go.th